Cafe Hoppers

เชียงใหม่

คาเฟ่

Lot of Taste
ลาเต้มีสไตล์เหมาะกับการโฟกัสพื้นที่กว้าง

Lot of Taste

นิมมานเหมินท์

08:00 - 22:00

ฉันบังเอิญเจอร้านนี้กลางย่านนิมมานเหมินท์ที่คึกคักของเชียงใหม่ และตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินเข้าไปก็สัมผัสได้ทันทีว่าคาเฟ่นี้มีบรรยากาศที่มีรสนิยมมาก เพดานสูงกับพื้นที่ภายในที่เปิดโล่งส่งต่อความรู้สึกที่ทั้งทันสมัยและสงบนิ่งไปพร้อมกัน แม้จะยังไม่ทันได้นั่ง กลิ่นกาแฟอ่อนๆ ในร้านก็ทำให้ความคาดหวังต่อรสชาติกาแฟของพื้นที่นี้สูงขึ้นมากแล้ว ตอนมองหาที่นั่งสำหรับทำงาน ฉันรู้สึกว่าการจัดวางพื้นที่ของร้านน่าสนใจทีเดียว มีโต๊ะเล็กๆ ที่เหมาะกับการนั่งไม่นานอยู่บ้าง แต่ถ้าจะเปิดโน้ตบุ๊กและตั้งใจทำงานจริงๆ โต๊ะไม้ส่วนกลางขนาดใหญ่ตรงกลางร้านคือจุดที่เหมาะที่สุด วันที่ฉันไปเป็นช่วงมื้อกลางวันที่อากาศดี ที่นั่งแทบไม่เหลือเลย ฉันออกไปสูบบุหรี่สั้นๆ ข้างนอกแล้วกลับเข้ามาอีกที ก็โชคดีมากที่มีที่ว่างตรงโต๊ะใหญ่ที่อยากนั่งพอดี สิ่งที่ฉันชอบที่สุดคืออินเทอร์เน็ตที่เสถียร จะประชุมวิดีโอคอลหรืออัปโหลดไฟล์วิดีโอขนาดใหญ่ขึ้นคลาวด์ก็ยังใช้งานได้สบาย อย่างไรก็ตาม ที่นั่งทั้งหมดบนชั้นหนึ่งดูเหมือนจะไม่มีปลั๊กไฟให้ใช้ ฉันจึงแนะนำให้ชาร์จแบตมาให้เต็มก่อน หรือเลือกมานั่งในวันที่ไม่ได้ตั้งใจจะอยู่ยาวมาก เมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่อย่างซอฟต์ลาเต้นั้นยอดเยี่ยมมาก ครีมเนียนนุ่มที่โอบรสเอสเปรสโซเข้มๆ ไว้ด้านล่างให้ความรู้สึกกลมกล่อมมาก ที่สำคัญ ร้านเปิดถึงสี่ทุ่ม ซึ่งสำหรับฉันถือว่าเป็นข้อดีมาก เพราะคาเฟ่หลายแห่งในเชียงใหม่มักปิดค่อนข้างเร็ว ทำให้คาเฟ่นี้กลายเป็นหนึ่งในร้านโปรดที่แวะบ่อยหลังมื้อเย็น พนักงานอาจไม่ได้เป็นสไตล์ที่ยิ้มแย้มตลอดเวลา แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่เป็นมิตร พวกเขาจัดการคำขอของฉันได้อย่างไม่มีปัญหาเสมอ และเห็นได้ชัดว่าพยายามดูแลร้านให้สะอาดเรียบร้อยอยู่ตลอด ประสบการณ์พื้นที่นี้ไม่ได้พึ่งลูกเล่นหวือหวา แต่ซื่อสัตย์กับรสชาติกาแฟแท้ๆ และความรู้สึกจดจ่อที่เกิดจากตัวพื้นที่เอง ซึ่งทิ้งความประทับใจดีๆ ไว้อีกนานทีเดียว

กาแฟ

4.5

คุ้มค่า

4.0

ที่นั่ง

2.0

Blue Coffee At Nimman
มัทฉะมินิมอลเหมาะกับการโฟกัสที่นั่งกลางแจ้ง

Blue Coffee At Nimman

นิมมานเหมินท์

07:00 - 01:00

ตอนที่เดินเข้าร้านนี้ในช่วงดึก ฉันรู้สึกได้ว่าคาเฟ่นี้เหมือนเก็บทั้งความคึกคักของนิมมานเหมินท์ในตอนกลางวัน และความสงบของยามค่ำคืนไว้พร้อมกัน ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความเย็นสบายจากแอร์ ตามด้วยเคาน์เตอร์ชงกาแฟแบบโอเพ่นบาร์ที่ตั้งอยู่กลางร้าน แค่มองดูสตาฟชงกาแฟอย่างตั้งใจก็ทำให้รู้สึกได้ถึงความจริงใจของพื้นที่นี้แล้ว ภายในร้านที่ใช้โทนสีขาวผสมวัสดุเมทัลลิกให้ความรู้สึกโมเดิร์น มินิมอล และมีเสน่ห์แปลกตาราวกับอยู่ในห้องแล็บที่ออกแบบมาอย่างดี ตอนเดินดูหาที่นั่งทำงาน ฉันสังเกตว่าที่นั่งที่มีปลั๊กไฟนั้นมีค่อนข้างเพียงพอ โดยเฉพาะมุมกึ่งโคเวิร์กกิงที่มีโซฟานุ่ม ๆ ซึ่งเหมาะมากสำหรับการนั่งนาน ๆ และใช้สมาธิ Wi‑Fi ก็เร็วและใช้งานได้สบายเช่นกัน ถ้าขึ้นไปชั้นสองจะมีบาร์เทเบิลขนาดไม่กว้างมาก แต่เพราะมองเห็นชั้นล่างได้จึงยังรู้สึกโปร่งอยู่ ตัวร้านอาจมีหน้ากว้างไม่มากจนบางคนรู้สึกแคบเล็กน้อย แต่การออกแบบภายในที่ลึกเข้าไปช่วยลดความอึดอัดลงได้ดี เพลงเปิดคลอในร้านก็เลือกมาได้พอดี ไม่รบกวนสมาธิระหว่างทำงาน อีกทั้งโต๊ะด้านนอกยังสามารถสูบบุหรี่ได้ จึงเป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับคนสูบ เมนูซิกเนเจอร์อย่างมัทฉะลาเต้ให้ความรู้สึกว่าทำอย่างตั้งใจตั้งแต่คำแรก รสชาติไม่ได้พึ่งความหวานแบบปรุงแต่งมากเกินไป แต่ปล่อยให้ความสดและความสดใสของมัทฉะแท้ ๆ เข้ากับนมได้อย่างเป็นธรรมชาติ ดื่มแล้วให้พลังแบบสบาย ๆ กาแฟก็สามารถเลือกเมล็ดตามความชอบได้ ทำให้ทุกครั้งที่กลับมา มีความสนุกใหม่ ๆ ให้ลองอยู่เสมอ ถ้าเริ่มหิวเล็กน้อย ก็สามารถสั่งขนมหรือชุดบรันช์มาทานคู่กันได้ อาหารจัดมาเรียบร้อยและช่วยรองท้องได้อย่างพอดี อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ร้านให้ความสำคัญกับดีไซน์ที่ดูเนี้ยบ ทำให้บางมุมรู้สึกว่ามีแสงธรรมชาติน้อยไปนิด และเพราะโครงสร้างของร้านมีเสียงสะท้อน ช่วงเวลาที่คนเยอะ เสียงพูดคุยรอบข้างอาจดังชัดกว่าปกติ นอกจากนี้ ด้วยความที่ทำเลดีและมีคนเอาโน้ตบุ๊กมานั่งทำงานกันเยอะ บางครั้งก็ไม่ง่ายที่จะหาที่นั่งได้ทันที ถึงอย่างนั้น การที่ร้านเปิดถึงตีหนึ่งก็ยังเป็นข้อดีสำคัญที่หาได้ยากในย่านนี้อยู่ดี เวลาที่อยากนั่งจัดการงานที่เหลือเงียบ ๆ ตอนท้ายวัน หรืออยากปล่อยใจคิดอะไรคนเดียว แสงไฟสว่างของพื้นที่นี้มักให้ความรู้สึกอุ่นใจเสมอ.

กาแฟ

3.0

คุ้มค่า

3.0

ที่นั่ง

4.0

Roast8ry Coffee Lab
เครื่องดื่มซิกเนเจอร์มีสไตล์ถ่ายรูปสวยที่นั่งกลางแจ้ง

Roast8ry Coffee Lab

นิมมานเหมินท์

08:00 - 17:00

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป โทนไม้สีเข้มที่หนักแน่นกับกลิ่นเมล็ดกาแฟเข้ม ๆ ก็ทำให้คาแรกเตอร์ของร้านนี้ชัดเจนขึ้นมาทันที สำหรับฉันคาเฟ่นี้ไม่ได้เป็นแค่ร้านสำหรับดื่มกาแฟ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเวทีที่เราได้เห็นทั้งทักษะและรสนิยมของบาริสต้าอยู่ตรงหน้า การมองลาเต้อาร์ตค่อย ๆ เสร็จสมบูรณ์หลังบาร์แบบเปิดก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์แล้ว ถ้ามองในฐานะที่นั่งทำงาน ร้านมีทั้งโซนในห้องแอร์และระเบียงด้านนอก แต่จำนวนที่นั่งไม่ได้เหลือเฟือมากนัก ด้านในเย็นสบายและบรรยากาศดูเป็นระเบียบ จึงเหมาะกับงานเบา ๆ พอสมควร Wi‑Fi ก็ใช้กับงานพื้นฐานได้ไม่มีปัญหา แต่เก้าอี้ค่อนข้างแข็งและปลั๊กไฟมีไม่มากนัก จึงอาจไม่เหมาะกับการนั่งทำงานยาว ๆ เมนูซิกเนเจอร์อย่าง Satan Latte สะดุดตาตั้งแต่ความประณีตของลาเต้อาร์ต และพอได้ดื่มจริงก็จะเข้าใจทันทีว่าทำไมพื้นที่นี้ถึงได้รับคำชมมากมาย ทั้งเนื้อสัมผัสของนมที่นุ่มและคาแรกเตอร์ของเมล็ดที่ลึกชัดเจนทำงานร่วมกันได้ดี เมนูยังมีเครื่องดื่มแนวทดลองอยู่พอสมควร จนทำให้อยากกลับมาลองอะไรที่กล้ากว่าเดิมในครั้งถัดไป แต่เพราะเป็นร้านดัง ตั้งแต่เช้าก็มักมีนักท่องเที่ยวเดินเข้ามาเรื่อย ๆ และโดยเฉพาะที่นั่งด้านในจะเต็มค่อนข้างเร็ว หากไปตรงช่วงพีคอาจหาที่นั่งสบาย ๆ ได้ยากพอสมควร ดังนั้นถ้าคุณให้ความสำคัญกับความเงียบเป็นอันดับแรก ที่นี่อาจไม่ใช่คำตอบที่ตรงที่สุด ถึงอย่างนั้น คาเฟ่นี้ก็ยังเป็นร้านที่ฉันอยากกลับมาเสมอในวันที่ต้องการกาแฟคุณภาพสูงที่มีบุคลิกชัดเจน มันเป็นสถานที่ที่ช่วยยกระดับการเริ่มต้นวันได้ดี และแม้จะแวะไม่นาน ความรู้สึกถึงฝีมือและความตั้งใจที่อยู่ทั่วทั้งร้านก็ยังติดอยู่ในความทรงจำได้นาน

กาแฟ

5.0

คุ้มค่า

2.5

ที่นั่ง

2.0

Bart Coffee
กาแฟเรียบง่ายอบอุ่นมาคนเดียวก็สบายโต๊ะเล็ก

Bart Coffee

เมืองเก่า

10:30 - 14:30

ร้านนี้ซ่อนตัวอยู่ในซอกเล็ก ๆ ของย่านเมืองเก่า ใต้ต้นมะขามใหญ่ที่ทำให้คาเฟ่นี้มีภาพจำชัดตั้งแต่แรกเห็น แค่ยืนอยู่หน้าร้านก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศแบบฮิป ๆ วินเทจ ๆ ที่มีความดิบอยู่เล็กน้อย ผนัง เพดาน ไปจนถึงกระจกมีร่องรอยข้อความและลายเขียนจากคนที่เคยแวะมา ซึ่งแทนที่จะดูรก กลับทำให้ร้านมีความอบอุ่นและมีคาแรกเตอร์มากขึ้น ด้านในร้านเล็กมากอย่างจริงจัง เป็นคาเฟ่สไตล์ hole-in-the-wall แบบชัดเจน ที่นั่งส่วนใหญ่เป็นบาร์ ทำให้เราเห็นบาริสต้าชงกาแฟอยู่ตรงหน้าแบบใกล้มาก ความใกล้ชิดแบบนั้นกลายเป็นเสน่ห์ของร้านไปเลย เพราะมันไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนแค่แวะซื้อกาแฟ แต่คล้ายกับเดินเข้าไปในสตูดิโอเล็ก ๆ แล้วมีคนตั้งใจทำแก้วดี ๆ ให้เรา เมนูที่ฉันจำได้ชัดที่สุดคือ Dirty Coffee ภาพของนมเย็นกับเอสเปรสโซเข้มที่แยกชั้นกันอยู่แล้วก็ดูดี แต่สิ่งที่น่าประทับใจกว่าคือสัมผัสตอนดื่มจริงที่ทั้งหนักแน่นและครีมมี่ ความหวานบาง ๆ จากไซรัปโฮมเมดวางทับอยู่บนกลิ่นผลไม้ของเอสเปรสโซได้อย่างพอดี และทำให้รสชาติติดอยู่ในปากไปอีกนาน ถ้าวัดกันที่คุณภาพในแก้ว พื้นที่นี้เชื่อถือได้มาก แต่ถ้ามองเป็นที่นั่งทำงาน ที่นี่ไม่ได้ใช้งานสะดวกนัก พื้นที่เล็กมาก ที่นั่งก็น้อย และส่วนใหญ่เป็นเคาน์เตอร์บาร์ จึงไม่ค่อยเหมาะกับการกางโน้ตบุ๊กทำงานนาน ๆ ถ้าจำเป็นจริง ๆ ก็พอทำได้ แต่ฉันไม่ค่อยอยากแนะนำให้ใช้เป็นที่ทำงานจริงจัง มันเหมาะกับการจดโน้ตเร็ว ๆ หรืออ่านอะไรสั้น ๆ มากกว่า ยังมีข้อที่ต้องเผื่อใจไว้ด้วย เวลาเปิดร้านค่อนข้างสั้น บางวันบ่ายสองหรือบ่ายสองครึ่งก็ปิดแล้ว และบางวันอาจไม่ได้เปิดเลย เพราะพื้นที่เล็กมาก ถ้าคนเยอะก็มีโอกาสสูงที่จะต้องซื้อกลับแทน ส่วนในวันที่อากาศร้อน ที่นั่งด้านนอกหรือที่นั่งบาร์อาจทำให้รู้สึกอึดอัดได้บ้าง ถ้าคุณกำลังมองหาคาเฟ่ที่นั่งสบายและอยู่ได้นานคาเฟ่นี้อาจไม่ใช่คำตอบ แต่ถ้าเป็นวันที่อยากได้บรรยากาศที่ไม่จำเจ กาแฟอร่อยจริง และช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ช่วยให้โฟกัสได้คมขึ้น ร้านเล็ก ๆ ใต้ต้นมะขามแห่งนี้ตอบโจทย์มาก ถ้ารับความไม่สะดวกจากพื้นที่แคบได้ มันก็พร้อมจะกลายเป็นมุมลับที่อยากกลับมาอีกเรื่อย ๆ

กาแฟ

4.5

คุ้มค่า

4.0

ที่นั่ง

1.5

Carrot coffee cnx
เค้กมีสไตล์เหมาะกับการโฟกัสพื้นที่กว้าง

Carrot coffee cnx

เมืองเก่า

08:00 - 18:00

ถ้าเดินเข้าไปในซอยแคบ ๆ ทางตอนใต้ของย่านเมืองเก่า ก็จะเจอร้านนี้ที่มีผนังอิฐแดงกับคอนกรีตเปลือยวางคู่กันอย่างแปลกตา ภายนอกให้ความรู้สึกเหมือนโกดังที่ดัดแปลงใหม่ มีผิวสัมผัสที่ดิบอยู่พอสมควร แต่พอเปิดประตูเข้าไปกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นทันทีจากแสงไฟและวัสดุไม้บนเพดาน ความต่างระหว่างด้านนอกกับด้านในนี่เองที่ทำให้ร้านมีเสน่ห์มากขึ้น ชั้นล่างเหมาะกับการนั่งคุยหรือดื่มกาแฟสบาย ๆ และลานเล็ก ๆ ที่มองเห็นผ่านกระจกก็ช่วยให้บรรยากาศนิ่งลงอย่างน่าประทับใจ ฉันขึ้นไปนั่งชั้นสองเพื่อหามุมทำงาน และบรรยากาศก็เปลี่ยนไปชัดเจน พื้นที่ด้านบนกว้างและเพดานสูง ทำให้แม้จะมีคนอยู่พอสมควรก็ยังไม่อึดอัด โดยเฉพาะโต๊ะแนวยาวตามผนังที่เหมาะมากกับการกางโน้ตบุ๊กแล้วจดจ่อกับสิ่งที่ทำ ปลั๊กไฟก็มีค่อนข้างเยอะ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่ และ Wi‑Fi ก็เสถียรพอสำหรับค้นข้อมูลหรือเช็กอีเมลได้ต่อเนื่อง ครั้งนี้ฉันสั่งทั้งเค้กแครอทที่หลายคนแนะนำ และเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง Carrot No. 2 ตอนแรกแค่ได้ยินว่าเป็นกาแฟที่มีเบอร์รีก็รู้สึกแปลกอยู่บ้าง แต่พอลองจริงแล้วกลับพบว่าความหนักแน่นของเอสเปรสโซกับความสดใสของกลิ่นเบอร์รีเข้ากันได้เป็นธรรมชาติกว่าที่คิด ส่วนเค้กแครอทก็ทำออกมาดีมาก กลิ่นของถั่วและเครื่องเทศชัด แต่ไม่หวานเกินไป จึงเข้ากับกาแฟได้พอดี วันที่ฉันไปเป็นช่วงบ่ายแก่ ๆ ของวันธรรมดา แทบไม่มีนักท่องเที่ยวเลย คนส่วนใหญ่เป็นคนที่นั่งทำงานกับโน้ตบุ๊กอย่างเงียบ ๆ ซึ่งทำให้บรรยากาศทั้งร้านยิ่งดูสงบ และช่วยให้ข้อดีของร้านชัดขึ้นมาก แน่นอนว่าคาเฟ่นี้ก็มีจุดที่ต้องเผื่อใจไว้บ้าง ที่นั่งบางส่วนบนชั้นล่างไม่ค่อยเหมาะกับการใช้โน้ตบุ๊ก จึงควรดูก่อนว่าจะนั่งตรงไหน ส่วนที่นั่งระเบียงด้านนอกแม้จะบรรยากาศดี แต่ถ้าไปตอนกลางวันอากาศร้อนจัดก็อาจทำให้นั่งนานได้ลำบาก โดยรวมแล้วคาเฟ่นี้เป็นร้านที่เหมาะมากสำหรับวันที่อยากทำงานในพื้นที่ที่มีดีไซน์ชัด มีความตึงกำลังดีให้โฟกัส และยังได้ดื่มสเปเชียลตี้คอฟฟี่ที่ดีจริง ๆ การออกแบบของร้านช่วยให้ความคิดโล่งขึ้นเล็กน้อย พนักงานก็ต้อนรับอย่างสดใสและเป็นมิตร ทำให้ตลอดเวลาที่อยู่พื้นที่นี้รู้สึกดีมาก ถ้าอยากหาคาเฟ่ในย่านเมืองเก่าที่ทั้งนั่งทำงานได้และได้กาแฟดี ๆ ไปพร้อมกัน พื้นที่นี้เป็นตัวเลือกที่แนะนำได้เต็มที่

กาแฟ

4.0

คุ้มค่า

3.0

ที่นั่ง

2.0

NOWHERE COFFEE BREWERS
กาแฟสเปเชียลตี้อบอุ่นเหมาะกับการพบปะร้านลับ

NOWHERE COFFEE BREWERS

เมืองเก่า

11:30 - 20:30

ถ้าเดินลึกเข้าไปสุดซอยในย่านเมืองเก่า สิ่งที่สะดุดตาก่อนมักไม่ใช่ตัวร้าน แต่เป็นต้นเฟื่องฟ้าสีชมพูเข้มที่เด่นมาก และนั่นก็คือวิธีที่ฉันมักเจอร้านนี้คาเฟ่นี้กลายเป็นเหมือนฐานลับที่ฉันกลับไปบ่อยแล้ว บรรยากาศโดยรวมคึกคัก แต่ก็ยังมีความเรียบง่ายอยู่มาก แทนที่จะพึ่งงานตกแต่งที่ดูเนี๊ยบ พื้นที่นี้ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีร่องรอยการใช้งานกับของตกแต่งชิ้นเล็ก ๆ มาสร้างความรู้สึกเหมือนไปนั่งเล่นในสตูดิโอของเพื่อนมากกว่าคาเฟ่ที่จัดฉากมาอย่างเป๊ะ ๆ ที่นั่งด้านในมีไม่มาก แต่ระดับความสูงของโต๊ะก็ยังพอเปิดโน้ตบุ๊กได้ ถ้าได้นั่งตรงหน้าต่างแล้วมองออกไปข้างนอกพร้อมจัดการงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปด้วย ก็มักจะมีสมาธิมากกว่าที่คิด ถึงอย่างนั้น จุดเด่นที่สุดของที่นี่ก็ยังเป็นกาแฟอยู่ดี วันที่อากาศร้อน ฉันมักสั่งกาแฟดำเย็น และแค่จิบแรกก็พอจะรู้ว่าร้านใส่ใจในการชงมาก กลิ่นรสของเมล็ดออกมาชัด ความเปรี้ยวและความนัตตี้บาลานซ์กันดี จนกลายเป็นกาแฟที่อยากค่อย ๆ ดื่มจนหยดสุดท้าย แต่ถ้าจะมองว่าคาเฟ่นี้เป็นคาเฟ่สำหรับทำงานแบบจริงจัง ก็คงไม่ตรงนัก เพราะพื้นที่เล็กมาก ที่นั่งอยู่ใกล้กัน และเสียงคุยจากโต๊ะข้าง ๆ มักลอยมาได้ชัด บางวันความใกล้ชิดแบบนี้ก็ทำให้ได้คุยกับคนแปลกหน้าแบบสบาย ๆ แต่ในอีกแง่หนึ่ง ถ้าคุณต้องการความเงียบ ร้านนี้อาจไม่เหมาะ อีกอย่างคือพื้นที่นี้มีคนสูบบุหรี่ค่อนข้างมาก และยังเป็นคาเฟ่ที่สามารถสูบกัญชาได้ด้วย ถ้าไวต่อกลิ่นก็ควรหลีกเลี่ยง วันที่ฉันไปยังมีนักท่องเที่ยวแวะมาถ่ายรูปกันค่อนข้างเยอะ ถึงจะมีข้อแลกเปลี่ยนแบบนั้น ที่นี่ก็ยังเป็นหนึ่งในร้านกาแฟในย่านเมืองเก่าที่ฉันไว้ใจมากที่สุด มันเป็นร้านที่ฉันเลือกในวันที่ไม่อยากทำงานหนักเกินไป วันที่อยากมี small talk เบา ๆ หรือวันที่แค่อยากใช้เวลาให้ช้าลงสักหน่อย และมีอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน คือแมวคาเฟ่นี้น่ารักมากจริง ๆ

กาแฟ

4.5

คุ้มค่า

3.5

ที่นั่ง

2.0

Kilim Coffee House
สไตล์ตุรกีมีศิลปะเหมาะกับเดตร้านลับ

Kilim Coffee House

ช้างม่อย

09:30 - 17:00

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในร้านนี้ความร้อนของเชียงใหม่เหมือนหายไปชั่วขณะ และฉันก็เผลอรู้สึกราวกับได้ก้าวเข้าไปอยู่ในเมืองสีสันจัดจ้านสักแห่งของตุรกี คาเฟ่นี้ซ่อนตัวอยู่ในตรอกแคบใกล้ตลาดวโรรส จนให้ความรู้สึกว่าเป็นสถานที่ที่คนรู้จักจริง ๆ เท่านั้นถึงจะตามมาเจอ ต้องเดินผ่านร้านเสื้อผ้าที่ชั้นล่างก่อน แล้วขึ้นไปชั้นสอง ร้านจึงค่อยเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา โคมไฟโมเสกสีสด เฟอร์นิเจอร์กลิ่นอายอาหรับ และพรมลวดลายแปลกตาที่ปูอยู่ในแต่ละชั้น ช่วยสร้างบรรยากาศลึกลับนิด ๆ อย่างมีเสน่ห์ การต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าด้านในก็ทำให้รู้สึกเหมือนได้รับเชิญเข้าไปในห้องใต้หลังคาเงียบ ๆ ของเพื่อนสักคน ถ้าได้นั่งตรงริมหน้าต่างชั้นสอง จะมองเห็นภาพตลาดที่คึกคักด้านนอกเหมือนพาโนรามา และฉันชอบมาก ที่ความมีชีวิตชีวาข้างนอกตัดกับอากาศสงบด้านในได้อย่างชัดเจน พอขึ้นไปถึงชั้นสามก็จะมีที่นั่งระเบียงแบบเปิดโล่ง เหมาะกับการรับลมและปล่อยหัวให้เบาสบาย ตอนกลางวันอาจร้อนอยู่บ้าง แต่พอได้นั่งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแปลกใหม่พร้อมกาแฟสไตล์ตุรกี ความร้อนนั้นก็กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ไปเอง อย่างไรก็ตาม ที่นั่งส่วนใหญ่เป็นแบบนั่งพื้น จึงเหมาะกับการนั่งคุยสบาย ๆ หรืออ่านหนังสือเบา ๆ มากกว่านั่งทำงานแบบจริงจัง ไฮไลต์ของพื้นที่นี้คือกาแฟตุรกีแบบดั้งเดิมที่ต้มบนทรายร้อน กลิ่นเข้มลึกและหนักแน่นโอบอยู่เต็มปาก และยิ่งเข้ากันดีกับโรตีบางกรอบที่ฉันสั่งมาทานคู่กัน นอกจากกาแฟแล้ว ร้านยังมีตัวเลือกอย่างชากลิ่นอ่อน ๆ เช่น ชาแอปเปิลหรือชาพีชด้วย ซึ่งดีมากในวันที่ไม่อยากรับคาเฟอีนมากเกินไป เมื่อเทียบกับประสบการณ์ของพื้นที่ทั้งหมดแล้ว ราคาก็ถือว่าสมเหตุสมผล แน่นอนว่าที่นี่ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้าง พื้นที่ไม่ได้กว้างมาก และเพราะมีมุมถ่ายรูปสวยเยอะ ถ้าวันไหนฉันอยากนั่งเงียบ ๆ เพื่อโฟกัสกับอะไรบางอย่าง เสียงชัตเตอร์จากคนรอบข้างหรือความวุ่นวายจากลูกค้าที่เช่าชุดอาจรบกวนสมาธิได้บ้าง Wi‑Fi อยู่ในระดับใช้งานได้ แต่ปลั๊กไฟไม่ได้เข้าถึงสะดวกทุกที่นั่ง จึงควรชาร์จแบตมาให้พร้อมก่อน ร้านปิดทุกวันพุธด้วย จึงควรจำไว้ก่อนตั้งใจแวะมา ถึงอย่างนั้น อินทีเรียร์ที่โดดเด่นและการต้อนรับอย่างอบอุ่นของเจ้าของร้านก็ทำให้ร้านนี้เป็นประสบการณ์ที่มากกว่าการมานั่งคาเฟ่ธรรมดา ๆ เสมอ ในวันที่ชีวิตวนซ้ำจนอยากได้แรงบันดาลใจจากอะไรที่ต่างออกไปสักหน่อย หรือหลังเดินตลาดจนเหนื่อยแล้วอยากพักพร้อมกาแฟเข้ม ๆ สักแก้วคาเฟ่นี้คือหนึ่งในสถานที่แรก ๆ ที่ฉันนึกถึง สำหรับฉัน การนั่งพื้นอาจไม่ได้สบายที่สุด แต่สีสันและกลิ่นอายเฉพาะตัวของคาเฟ่นี้มีเสน่ห์มากพอที่จะทำให้ข้อไม่สะดวกนั้นกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย

กาแฟ

4.0

คุ้มค่า

4.0

ที่นั่ง

2.0

No.39 Cafe
กาแฟคึกคักถ่ายรูปสวยสวน

No.39 Cafe

สุเทพ

08:30 - 17:00

ถ้าเดินลึกเข้าไปตามซอยแถวสุเทพร้านนี้เป็นร้านที่พอผ่านประตูเข้าไปก็ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่งทันที สระน้ำสีฟ้าตรงกลางที่รายล้อมด้วยต้นไม้หนาแน่นคือภาพจำของคาเฟ่นี้และอาคารไม้สไตล์วินเทจรวมถึงที่นั่งกลางแจ้งที่กระจายตัวอยู่รอบ ๆ ก็ช่วยสร้างบรรยากาศเหมือนหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางป่า พอได้นั่งริมสระพร้อมรับลมที่พัดผ่านอากาศชื้น ๆ ก็รู้สึกได้เลยว่านี่เป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับการหยุดพักจากชีวิตประจำวันสักครู่ ถ้ามาคาเฟ่นี้เพื่อทำงาน ฉันจะแนะนำที่นั่งด้านในมากกว่า โต๊ะริมหน้าต่างที่มีแสงธรรมชาติเยอะเหมาะกับการเปิดโน้ตบุ๊กแล้วนั่งจดจ่อพอสมควร โดยรวมแล้วความเร็ว Wi‑Fi อยู่ในระดับที่ใช้ทำงานเบา ๆ ได้สบาย และด้านในก็มีปลั๊กไฟให้ใช้อยู่หลายจุดพอให้ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตมากเกินไป โดยเฉพาะช่วงเช้า บางวันจะมีดนตรีแจ๊สสด การได้นั่งเขียนหรือคิดงานไปพร้อมกับทำนองนุ่ม ๆ แบบนั้นเป็นความเพลิดเพลินพิเศษที่หาได้ยากจากที่อื่น พอเข้าช่วงบ่าย บรรยากาศจะคึกคักขึ้นจาก DJ set ซึ่งก็กลายเป็นแรงกระตุ้นที่พอดีเวลาต้องการเปลี่ยนอารมณ์ แต่พูดตามตรง เครื่องดื่มและของหวานไม่ได้เป็นส่วนที่ทำให้ฉันประทับใจที่สุด ราคาค่อนข้างสูง และถ้ามองแค่เรื่องรสชาติอย่างเดียว ก็ยังไม่ถึงขั้นที่ทำให้อยากกลับมาเพราะเมนูเพียงอย่างเดียว สำหรับฉัน ค่าใช้จ่ายพื้นที่นี้เหมือนเป็นการจ่ายเพื่อบรรยากาศและวิวมากกว่า เพราะพื้นที่นี้เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมอยู่แล้ว ช่วงบ่ายวันธรรมดาหรือวันหยุดจึงมักแน่นไปด้วยคนที่อยากได้รูปสวย ๆ บริเวณรอบสระมักมีคนพลุกพล่านและบางครั้งก็ดูวุ่นวาย จึงอาจไม่เหมาะกับคนที่ต้องการความเงียบแบบจริงจัง ที่นั่งกลางแจ้งก็มีทั้งข้อดีและข้อจำกัด เพราะอยู่ใกล้ธรรมชาติ โต๊ะจึงไม่ได้สะอาดเนี้ยบตลอดเวลา และต้องยอมรับเรื่องแมลงอยู่บ้าง ตัวสระน้ำเองก็เป็นสระที่สร้างขึ้น ไม่ได้ให้ความรู้สึกธรรมชาติล้วน ๆ ดังนั้นถ้าใครคาดหวังบรรยากาศธรรมชาติแบบแท้ ๆ อาจรู้สึกไม่สุดนัก บางช่วงการดูแลคุณภาพน้ำก็ดูยังไม่ค่อยน่าประทับใจ ซึ่งคนที่ค่อนข้างละเอียดกับเรื่องนี้ควรเผื่อใจไว้หน่อย ถึงอย่างนั้น ที่นี่ก็ยังเป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์จากการอยู่ร่วมกันของธรรมชาติ ดนตรี และบรรยากาศการทำงานแบบเบา ๆ อย่างน่าประหลาด เวลาที่นี่มักผ่านไปเร็วเป็นพิเศษเพราะร้านเปิดไม่นานนัก และฉันก็คงไม่มองว่ามันเป็นคาเฟ่สำหรับนั่งทำงานยาวแบบจริงจัง แต่ถ้าวันไหนอยากได้แรงบันดาลใจจากบรรยากาศเชียงใหม่ที่ผ่อนคลายและเป็นอิสระ มากกว่าจะไปคาเฟ่เมืองที่เนี้ยบจัด คาเฟ่นี้ก็ยังเป็นหนึ่งในที่แรก ๆ ที่ฉันนึกถึง ถ้าคุณเป็นคนที่มีไอเดียได้ดีขึ้นในบรรยากาศคึกคักปนเสียงรอบตัว ร้านนี้ก็คุ้มค่าที่จะลองแวะมาสักครั้ง

กาแฟ

3.0

คุ้มค่า

2.0

ที่นั่ง

2.5

Blue coffee at Agriculture CMU
กาแฟสเปเชียลตี้เงียบเหมาะกับการอ่านหนังสือใกล้แคมปัส

Blue coffee at Agriculture CMU

สุเทพ

07:30 - 18:00

ร้านนี้ให้ความรู้สึกเหมือนอัญมณีที่ซ่อนอยู่ภายในพื้นที่ของคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตัวร้านอยู่ท่ามกลางความเขียวของมหาวิทยาลัยและวิวสงบของแปลงทดลอง ทำให้คาเฟ่นี้เป็นหนึ่งในสถานที่แรก ๆ ที่ฉันนึกถึงเวลาต้องการถอยออกมาจากความวุ่นวายในเมือง แล้วจดจ่อกับเวลาของตัวเองอย่างเงียบ ๆ พอเปิดประตูเข้าไป แสงแดดอุ่น ๆ ที่ส่องผ่านกระจกบานใหญ่ด้านหน้า กลิ่นไม้จาง ๆ และกลิ่นกาแฟหอม ๆ ก็ช่วยให้ใจค่อย ๆ สงบลงทันที ภายในร้านโดดเด่นด้วยงานไม้ที่สะอาดตาและดูดี ให้ความรู้สึกเหมือนมีทั้งกลิ่นอายญี่ปุ่นและสแกนดิเนเวียอยู่ด้วยกัน เพดานสูงและมุมมองที่เปิดโล่งช่วยให้ต่อให้นั่งนานก็ไม่รู้สึกอึดอัด ที่นั่งที่ฉันชอบที่สุดคือบาร์ริมหน้าต่าง เพราะสามารถเปิดโน้ตบุ๊กไปพร้อมกับมองออกไปเห็นแปลงสีเขียวของฟาร์มได้ ราวกับกำลังทำงานอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ปลั๊กไฟเข้าถึงได้สะดวกและระดับความสูงของโต๊ะก็เหมาะมือมาก จึงเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีมากสำหรับการทำงานคนเดียว เมนูซิกเนเจอร์ที่ฉันจำได้ชัดที่สุดคือ Dirty Coffee นมเย็นเนียนนุ่มกับช็อตเอสเปรสโซเข้ม ๆ ซ้อนกันอยู่ ให้รสชาติที่เต็มแน่นตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย ฉันทานคู่กับมัฟฟินกล้วยช็อกโกแลตชิป ซึ่งมีความหวานกำลังดีและเหมาะมากสำหรับเติมพลังระหว่างทำงาน อีกอย่างที่น่าสนใจคือพื้นที่นี้มีเมล็ดสเปเชียลตี้หลายแบบให้เลือกสำหรับดริปกาแฟตามความชอบ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่คนรักกาแฟน่าจะชื่นชอบมาก แน่นอนว่าก็มีเรื่องที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้า เพราะร้านตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย ช่วงสอบหรือบางช่วงเวลาจึงอาจแน่นไปด้วยนักศึกษาและหาที่นั่งได้ไม่ง่ายนัก ตัวร้านมีโครงสร้างที่เสียงสะท้อนพอสมควร ถ้าคนเยอะก็อาจรู้สึกคึกคักกว่าที่คิด Wi‑Fi ฟรีให้ใช้ได้สองชั่วโมงต่อหนึ่งเครื่องดื่ม ดังนั้นถ้าวางแผนจะนั่งทำงานยาว ๆ อาจต้องสั่งเพิ่มหรือเตรียมฮอตสปอตส่วนตัวไว้ ห้องน้ำก็ไม่ได้อยู่ในตัวร้าน แต่ต้องเดินออกไปด้านนอกพอสมควร ซึ่งอาจรู้สึกไม่สะดวกในวันที่ฝนตกหรือมีของเยอะ ถึงอย่างนั้น บรรยากาศสงบเฉพาะตัวและคุณภาพกาแฟที่ไว้ใจได้ของคาเฟ่นี้ก็ยังทำให้ฉันยอมรับความไม่สะดวกเหล่านี้ได้อย่างเต็มใจ มันต่างจากคาเฟ่ย่านนิมมานที่พลุกพล่านหรือร้านดังสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างชัดเจน และให้ความรู้สึกเหมือนได้เจอมุมสงบเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวันของนักศึกษาท้องถิ่น ในวันที่อยากจัดระเบียบความคิดหรือเคลียร์งานค้างโดยมีอากาศดี ๆ และวิวเขียว ๆ อยู่ข้างตัว พื้นที่นี้มักให้ความพึงพอใจมากกว่าที่คาดไว้เสมอ

กาแฟ

4.5

คุ้มค่า

3.0

ที่นั่ง

4.0

Thor-Phan Coffee Roaster
กาแฟสเปเชียลตี้เงียบเหมาะกับการโฟกัสร้านลับ

Thor-Phan Coffee Roaster

เมืองเก่า

09:30 - 16:00

ที่ร้านนี้สิ่งแรกที่ทำให้ฉันรู้สึกได้ทันทีเมื่อเปิดประตูเข้าไปคือกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วเข้มที่ลอยมาแตะจมูก แค่นั้นก็พอจะยืนยันได้แล้วว่าคาเฟ่นี้เป็นโรสเตอร์คาเฟ่จริง ๆ ไม่ใช่แค่ร้านที่ตกแต่งให้ดูดีเฉย ๆ พื้นที่ร้านไม่ได้ใหญ่ แต่เพดานสูงและอินทีเรียร์แบบอินดัสเทรียลกลับทำให้บรรยากาศออกมาอบอุ่นและดูเป็นมืออาชีพมากกว่าจะอึดอัด ถุงเมล็ดกาแฟที่เรียงอยู่ตามผนังและเครื่องคั่วขนาดใหญ่ยังทำให้แม้แต่ช่วงเวลารอกาแฟก็ดูน่าสนุกขึ้นมาได้ ความมั่นใจของร้านต่อกาแฟของตัวเองเห็นได้ชัดตั้งแต่บนเมนู มีทั้งเมล็ดท้องถิ่นของไทยและเมล็ดสเปเชียลตี้หลายแบบให้เลือกตามความชอบ ฉันสั่งฟิลเตอร์คอฟฟี่ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแก้วเด่นของร้าน และรสชาติที่ได้ก็ให้ความสมดุลระหว่างความเปรี้ยวสดกับบอดี้ที่แน่นอย่างพอดี พร้อมทิ้งความรู้สึกดีไว้ในตอนจบ ความสดของเมล็ดที่คั่วเองส่งผ่านออกมาชัดมากจนแทบรู้สึกได้ในทุกคำ แม้จะมีของหวานง่าย ๆ ให้ทานคู่กัน แต่สำหรับคาเฟ่นี้ฉันกลับรู้สึกว่าแค่ตั้งใจดื่มกาแฟอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว ถ้าจะเปิดโน้ตบุ๊กทำงานเบา ๆ พื้นที่นี้ก็ไม่ได้แย่ Wi‑Fi ใช้งานได้สบาย และแอร์ด้านในก็เย็นพอให้รักษาสมาธิได้ดี โดยเฉพาะที่นั่งริมหน้าต่างที่เหมาะกับการนั่งคนเดียว มองออกไปข้างนอกแล้วปล่อยความคิดไหลไปสักพัก อย่างไรก็ตาม ตัวร้านค่อนข้างกะทัดรัด จึงไม่ได้มีที่นั่งเหลือเฟือมากนัก และเก้าอี้ก็ค่อนข้างแข็ง ถ้าจะนั่งนานมากอาจเริ่มไม่สบาย นอกจากนี้ปลั๊กไฟก็มีจำกัด จึงไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะที่สุดสำหรับการทำงานยาวหลายชั่วโมง ตัวร้านตั้งอยู่ลึกเข้าไปในซอยเล็ก ๆ ดังนั้นถ้าเป็นครั้งแรกก็อาจต้องใช้เวลาหาทางเข้าสักหน่อย อีกทั้งร้านปิดตอนสี่โมงเย็น ทำให้ถ้าอยากนั่งยาวไปถึงช่วงบ่ายปลาย ๆ ก็จะรู้สึกว่าเวลาค่อนข้างสั้น ถึงอย่างนั้น รอยยิ้มของเจ้าของร้านและเหนือสิ่งอื่นใดคือรสชาติกาแฟที่ไม่ยอมประนีประนอม ก็ยังทำให้ฉันรู้สึกอยากกลับมาอีกอยู่ดี ฉันอยากแนะนำที่นี่ให้กับคนที่อยากโฟกัสกับคุณค่าของกาแฟจริง ๆ มากกว่าการตกแต่งหรือความหวือหวา การได้พักหายใจในบรรยากาศเงียบ ๆ พร้อมลองชิมกาแฟท้องถิ่นคุณภาพดีในระดับนี้ไม่ใช่เรื่องที่หาได้ง่ายนัก ระหว่างทำงาน ถ้าได้เงยหน้าขึ้นมามองวิวสงบ ๆ นอกหน้าต่างแล้วจิบกาแฟอีกสักคำ มันจะเตือนให้เรานึกถึงความสุขเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างดี ตอนที่เดินออกจากร้าน ฉันก็คิดแล้วว่าครั้งหน้าคงต้องซื้อเมล็ดที่ร้านคั่วเองกลับบ้านสักถุง

กาแฟ

4.5

คุ้มค่า

4.0

ที่นั่ง

3.0

Akha Ama Phrasingh
สเปเชียลตี้มีสไตล์เหมาะกับมาคนเดียวโลคัล

Akha Ama Phrasingh

เมืองเก่า

05:30 - 17:30

ร้านนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดพระสิงห์ และแค่ด้านหน้าที่เป็นอิฐสีแดงก็สะดุดตาพอให้สังเกตเห็นได้ตั้งแต่ก่อนเดินเข้าไป พอเปิดประตูเข้าไป กลิ่นกาแฟเข้ม ๆ กับความโปร่งของเพดานสูงจะเข้ามาพร้อมกันจนทำให้ฉันเผลอชะลอจังหวะตัวเองลงคาเฟ่นี้ไม่ได้เป็นเพียงคาเฟ่ที่ดูดี แต่เป็นร้านที่ใส่เรื่องราวของกาแฟจากภาคเหนือของไทยไว้ในบรรยากาศได้อย่างเป็นธรรมชาติ จึงทำให้คาเฟ่นี้มีคาแรกเตอร์ชัดเจนแม้อยู่ท่ามกลางคาเฟ่มากมายในย่านเมืองเก่า ใจกลางชั้นล่างเป็นบาร์ทรงกลมขนาดใหญ่ ทำให้ฉันเผลอมองตามบาริสต้าที่ค่อย ๆ ทำกาแฟทีละแก้วอย่างตั้งใจ ฉันเลือกนั่งตรงริมหน้าต่างบนชั้นสอง ซึ่งให้มุมมองลงมาเห็นบรรยากาศในร้านและภาพของถนนด้านนอกแบบสงบกำลังดี การตกแต่งยึดโครงสร้างแบบลอฟต์สมัยใหม่เป็นหลัก แต่เติมรายละเอียดวินเทจเข้ามาเป็นระยะ จึงทำให้ร้านดูเนี้ยบแต่ไม่เย็นชาจนเกินไป ถ้ามองในฐานะสถานที่ทำงาน พื้นที่นี้ถือว่าใช้งานได้ แต่ไม่ได้สะดวกแบบไร้ข้อจำกัด Wi‑Fi เสถียรพอสำหรับงานเบา ๆ ทั่วไป ทว่าปลั๊กไฟหาได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นถ้าแบตเตอรี่ไม่เต็มก็คงไม่เหมาะกับการนั่งยาวหลายชั่วโมง แม้ตัวที่นั่งจะพอใช้งานได้สบาย แต่เมื่อถึงช่วงคนเยอะ เสียงรอบข้างจะชัดขึ้นพอสมควร ทำให้ที่นี่เหมาะกับการเขียนงานสั้น ๆ อ่านหนังสือ หรือจัดการข้อความมากกว่าการนั่งโฟกัสลึกต่อเนื่องทั้งบ่าย คุณภาพของกาแฟก็สมกับชื่อเสียงที่ได้มา โดยเฉพาะ dirty coffee ที่ให้ความรู้สึกชัดมากตั้งแต่คำแรก เมื่อนมเย็นกับเอสเปรสโซร้อนมาซ้อนกัน รสสัมผัสที่ได้จะออกไปทางหอมถั่วและแน่นเต็มปาก ถ้าอยากได้รสที่โปร่งและสดใสกว่านี้ การเลือกดริปแบบซิงเกิลออริจินจะเหมาะกว่า ฉันทานคู่กับเลมอนปอนด์เค้ก ซึ่งความหอมแบบซิตรัสช่วยตัดปลายรสของกาแฟไม่ให้หนักเกินไปได้ดี โดยรวมแล้วพื้นที่นี้เป็นคาเฟ่ที่น่าเชื่อถือมากเวลาฉันอยากดื่มสเปเชียลตี้คอฟฟี่ท้องถิ่นดี ๆ ในเชียงใหม่ จุดที่ต้องยอมรับมีมากกว่าด้านบรรยากาศ คือเรื่องการชาร์จอุปกรณ์ที่ไม่ค่อยสะดวก และความคึกคักที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงบ่าย ถึงอย่างนั้น ถ้าแค่อยากปิดงานสั้น ๆ ให้เสร็จ แล้วให้รางวัลตัวเองด้วยกาแฟดีจริงสักแก้ว ร้านนี้ก็ยังเป็นตัวเลือกที่แนะนำได้อย่างสบายใจ

กาแฟ

4.5

คุ้มค่า

4.0

ที่นั่ง

3.0

MARS.cnx
ของหวานมีมู้ดถ่ายรูปสวยพื้นที่กว้าง

MARS.cnx

เมืองเก่า

09:00 - 00:30

เวลาฉันเดินอยู่ฝั่งตะวันตกของย่านเมืองเก่าเชียงใหม่ร้านนี้เป็นร้านที่ดึงสายตาได้ตั้งแต่ก่อนจะถึงประตูเข้าไปเสียอีก ทางเข้าที่ดูเหมือนคอนกรีตแตกร้าวกับรายละเอียดแบบเมทัลลิกทำให้บรรยากาศโดยรวมคล้ายพื้นที่ธีมมากกว่าคาเฟ่ทั่วไป พอเดินเข้าไปจริง ๆ ก็จะเห็นว่าคอนเซปต์ดาวอังคารถูกพาไปต่ออย่างค่อนข้างครบ ทั้งแสง ผนัง และมุมถ่ายรูปด้านในที่เชื่อมกันเป็นโลกเดียวกันอย่างชัดเจน ภายในร้านค่อนข้างกว้าง และแต่ละโซนก็ให้อารมณ์ไม่เหมือนกัน บางมุมทำให้นึกถึงภายในยานอวกาศ ขณะที่บางส่วนเน้นพื้นผิวสีแดงเหมือนชั้นหินบนดาวอังคาร แค่เดินดูรอบร้านก็เพลินพอสมควร จึงไม่แปลกที่หลายคนจะมาคาเฟ่นี้ไม่ใช่แค่เพราะเครื่องดื่ม แต่เพราะอยากสัมผัสตัวพื้นที่ด้วย ถ้ามองในแง่การทำงาน คาเฟ่นี้ถือว่าใช้งานได้ แต่ไม่ได้สะดวกแบบไม่ต้องคิดอะไร Wi‑Fi เสถียรพอสำหรับงานเบา ๆ และบางโต๊ะก็มีพื้นที่พอให้เปิดโน้ตบุ๊กได้สบาย อย่างไรก็ตาม ความสบายของที่นั่งแต่ละจุดต่างกันพอสมควร บางเก้าอี้ไม่เหมาะกับการนั่งนาน และจำนวนปลั๊กไฟก็ไม่ได้มากนัก ถ้าจะมานั่งยาว ๆ ความพร้อมด้านนี้ยังถือว่าไม่เด่นนัก มาแบบแบตเตอรี่เต็มแล้วนั่งช่วงสั้นจะเหมาะกว่า เมนูก็เดินไปในทิศทางเดียวกับงานตกแต่งอย่างชัดเจน เครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง Mars latte หรือ Nebula soda ดูสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น แต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเน้นแค่ถ่ายรูปอย่างเดียว รสชาติโดยรวมยังสมดุลพอให้ดื่มแล้วรู้สึกดี และถ้าเพิ่มของหวานสักอย่างเข้าไป ประสบการณ์ก็จะกลมขึ้นอีกระดับ จุดที่ต้องยอมรับมากที่สุดคือความคึกคักและระดับเสียง พื้นที่นี้เป็นร้านที่ดังในฐานะจุดถ่ายรูปอยู่แล้ว ดังนั้นช่วงพีกจะมีคนเดินไปมาหามุมถ่ายภาพกันตลอด ทำให้บรรยากาศไม่ค่อยนิ่งนัก ถ้าฉันอยากนั่งแบบสงบขึ้นหน่อย หรืออยากแทรกเวลาทำงานสั้น ๆ เข้าไปด้วย การมาช่วงเช้าจะเหมาะกว่าช่วงบ่ายหรือค่ำมาก โดยรวมแล้วที่นี่เหมาะกับวันที่ฉันอยากเปลี่ยนอารมณ์จากคาเฟ่แบบเดิม ๆ ในเชียงใหม่ มันดูมีสไตล์ ชัดเจนในวิธีนำเสนอ และเป็นร้านที่จำได้ง่ายมาก ฉันคงไม่เลือกพื้นที่นี้เป็นฐานสำหรับงานที่ต้องใช้สมาธิลึก ๆ แต่ถ้าอยากแวะสั้น ๆ ใช้ Wi‑Fi ดื่มอะไรที่สนุกกับสายตา และอยู่ในบรรยากาศที่ทำออกมาอย่างตั้งใจ ที่นี่ก็เป็นตัวเลือกที่แนะนำได้ไม่ยากเลย

กาแฟ

3.0

คุ้มค่า

3.5

ที่นั่ง

2.5