Cafe Hoppers

เชียงใหม่

บาร์ดนตรีสด

The North Gate Jazz Co-Op
แจ๊สคึกคักแจมเซสชันเหมาะกับการพบปะ

The North Gate Jazz Co-Op

เมืองเก่า

19:00 - 00:00

ไลฟ์บาร์นี้อยู่ตรงหน้าประตูเหนือของย่านเมืองเก่าเชียงใหม่พอดี เป็นบาร์ดนตรีสดที่เปิดหน้าร้านรับถนนแบบเต็ม ๆ และมีความดิบอยู่ในตัว มากกว่าจะให้ความรู้สึกว่าเราเดินเข้าไปในสถานที่ปิดเป็นสัดส่วน ไลฟ์บาร์นี้คล้ายกับการถูกเสียงแซ็กโซโฟนหรือกลองที่ลอดปะปนมากับเสียงรถบนถนนดึงให้หยุดเดินแล้วค่อย ๆ เข้าไปมากกว่า พอดึกขึ้นด้านในก็แน่นเร็วมาก และคนก็ล้นออกมาถึงฟุตปาธ ดังนั้นถ้ามาช้า ก็มักต้องยืนฟังอยู่ข้างนอกพร้อมถือเครื่องดื่มไว้ในมือมากกว่าจะได้นั่งจริงจัง อากาศร้อนชื้นของกลางคืน ไฟหน้ารถที่วิ่งผ่าน และคนที่โยกไปตามจังหวะแบบไหล่ชนไหล่ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์ของพื้นที่นี้ จุดแข็งที่สุดของร้านคือพลังของการแสดงสดที่ส่งมาถึงตัวแบบแทบไม่ผ่านการขัดเกลา มันไม่ใช่ฮอลล์ที่จัดระบบเสียงไว้อย่างประณีต และบางครั้งเสียงมอเตอร์ไซค์ก็ยังแทรกเข้ามาในระหว่างเพลงได้ แต่ถึงอย่างนั้นเสียงของวงก็ยังพุ่งออกมาชัดและมีแรงอย่างน่าประหลาด ระยะห่างระหว่างเวทีกับคนดูใกล้มากจนคุณรับรู้ได้ถึงลมหายใจของนักดนตรี ความตึงของสายเบสตอนถูกดีด รวมถึงสายตาที่นักดนตรีส่งหากันระหว่าง Jam เสียงมีความดิบ แต่ไม่ฟุ้งกระจาย จึงไม่แปลกที่หลายคนมักอยู่นานกว่าที่ตั้งใจไว้ ในทางกลับกัน ความสบายไม่ใช่สิ่งที่ร้านนี้ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ เก้าอี้ไม้ชั้นล่างหรือมุมแคบ ๆ ริมราวชั้นบนไม่ใช่ที่นั่งสำหรับนั่งยาวแบบสบาย ๆ และเมื่อคนแน่น วิสัยทัศน์ก็จะแย่ลงอย่างชัดเจน ช่วงเวลายอดนิยมคุณอาจต้องยืนฟัง ถูกคนที่เดินผ่านชนอยู่เรื่อย ๆ หรือพยายามชะเง้อมองเวทีผ่านไหล่คนอื่น ถึงอย่างนั้น ที่นี่ไม่มีค่าเข้า และราคาเครื่องดื่มก็ยังถือว่าไม่หนักมากนัก ดังนั้นถ้าแลกกับการได้ดูไลฟ์ใกล้ขนาดนี้และมีชีวิตขนาดนี้ หลายคนก็ยอมรับได้ไม่ยาก ไลฟ์บาร์นี้ไม่ใช่บาร์ประเภทเปิดดนตรีไว้เป็นฉากหลังแล้วคุยกันยาว ๆ North Gate จะน่าสนใจที่สุดเมื่อคุณพร้อมรับทั้งเสียงดัง ความร้อน และบรรยากาศที่ค่อนข้างหลวมแต่มีชีวิตของห้องไปพร้อมกัน พื้นที่อาจคับแคบและดูเก่าไปบ้าง แต่ความไม่สมบูรณ์แบบนั้นเองก็กลายเป็นเสน่ห์ของมัน ถ้าคุณอยากได้ค่ำคืนแจ๊สที่ตรงไปตรงมา มีพลังร่วมของผู้คน และไม่ถูกขัดจนเนี้ยบเกินไปพื้นที่นี้ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่แนะนำได้ง่ายที่สุดในเชียงใหม่

เสียง

4.0

การแสดง

4.5

ความแน่น

4.5

MaHoRee city of music
ฟิวชันมีพลังดึกได้เหมาะกับการพบปะ

MaHoRee city of music

หายยา

18:30 - 00:00

ค่ำคืนในย่านเมืองเก่าของเชียงใหม่มักจะเงียบเร็วกว่าที่คิด แต่บริเวณรอบ ๆ ไลฟ์บาร์นี้เป็นข้อยกเว้นชัดเจน พอผลักประตูแคบ ๆ เข้าไป สิ่งแรกที่เข้ามาปะทะคือแสงสลัว ผู้คนที่แน่นร้าน และเสียงจอแจที่ชวนให้อารมณ์คึกขึ้นทันที พื้นที่ภายในค่อนข้างเล็กจนแทบไม่รู้สึกถึงเส้นแบ่งระหว่างเวทีกับคนดู จึงรับรู้ได้แม้กระทั่งลมหายใจของนักดนตรีหรือแรงสั่นเล็ก ๆ ของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น ชั้นล่างเต็มเร็วมาก ถ้าอยากเห็นเวทีแบบตรง ๆ ก็ควรมาถึงก่อนโชว์เริ่มนานพอสมควร หากพลาดที่นั่งชั้นล่างก็ยังมีชั้นบนหรือโซนสวนด้านนอก แต่ถ้าอยากซึมซับความหนาแน่นของไลฟ์จริง ๆ โต๊ะแคบ ๆ หน้าเวทียังให้บรรยากาศดีที่สุด แนวดนตรีไลฟ์บาร์นี้ค่อนข้างกว้าง ตั้งแต่แจ๊สมาตรฐานไปจนถึงฟิวชันท้องถิ่นที่ผสมเครื่องดนตรีล้านนา รวมถึงจังหวะจากหลายภูมิภาคของโลก คนดูก็มีพลังสูง วงกับผู้ชมส่งแรงถึงกันจนทั้งร้านขยับไปพร้อมกัน เกิดเป็นบรรยากาศที่ออกจะวุ่นวายนิด ๆ แต่มีเสน่ห์มากพื้นที่นี้ไม่ใช่สถานที่สำหรับคนที่คาดหวังบาลานซ์เสียงแบบห้องคอนเสิร์ตที่ถูกจูนมาอย่างเนี้ยบ มันเหมาะกับคนที่ชอบพื้นผิวของไลฟ์สดแบบดิบ ๆ และกรูฟที่ไม่ผ่านการขัดแต่งมากกว่า บรรยากาศอาจเปลี่ยนไปมากตามนักดนตรีและไลน์อัปของแต่ละคืน แต่พื้นฐานฝีมือของคนเล่นยังคงแน่นสม่ำเสมอ อีกจุดที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือการผสมกันของลูกค้าประจำชาวท้องถิ่นกับนักเดินทางจากหลายประเทศ ซึ่งสร้างมู้ดที่ทั้งเป็นอิสระและเหนียวแน่นในแบบเฉพาะตัว แต่ถ้าคุณอยากนั่งฟังเพลงแบบสบาย ๆ อย่างเดียว ไลฟ์บาร์นี้ก็มีข้อแลกเปลี่ยนที่ชัดเจน ความหนาแน่นของคนทำให้การเดินไปมาระหว่างโชว์ไม่ง่าย และราคาเบียร์กับค็อกเทลก็สูงกว่าร้านแถวนั้นเล็กน้อย ถ้าต้องการนั่งโฟกัสกับดนตรีนาน ๆ ความใกล้ชิดกับผู้คนตลอดเวลาอาจทำให้เหนื่อยได้ ต่อให้ได้ที่นั่งหน้าเวที ประตูทางเข้าก็อยู่ใกล้จนยังมีคนเดินตัดหน้าสายตาอยู่เรื่อย ๆ ถึงอย่างนั้น หากสิ่งที่คุณมองหาไม่ใช่แจ๊สคลับที่เนี้ยบและคาดเดาได้ง่าย แต่เป็นเวทีสดที่มีสีสันของท้องถิ่นและพลังงานล้น ๆ ร้านนี้ก็ยังเป็นที่ที่คุ้มจะมอบทั้งคืนให้มันดูแล

เสียง

4.5

การแสดง

4.5

ความแน่น

4.0

Melodic cnx
อินดี้คึกคักนั่งชิลที่บาร์เหมาะกับการฟัง

Melodic cnx

ช้างคลาน

19:00 - 03:00

ไลฟ์บาร์นี้เป็นร้านแบบที่คุณหันไปตามเสียงดนตรีก่อนจะทันได้มองป้ายเสียอีก ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ความโปร่งของเพดานสูงและสายตาของผู้คนที่พุ่งไปยังเวทีก็อธิบายตัวตนของไลฟ์บาร์นี้ได้ชัดเจนทันทีร้านนี้ไม่ใช่บาร์ที่เปิดเพลงไว้เป็นฉากหลังระหว่างดื่ม แต่ใกล้เคียงกับไลฟ์เวนิวจริงจังที่นักดนตรีกับคนดูสื่อสารกันผ่านเสียงอย่างเข้มข้นมากกว่า ระบบเสียงให้ความรู้สึกว่าใส่ใจมาพอสมควร เสียงร้องส่งออกมาได้ชัดโดยไม่แตกหรือทับกัน ส่วนเบสกับกลองก็มีแรงปะทะพอจะพยุงทั้งห้องไว้ได้ พอการแสดงเริ่มขึ้น ผู้ชมก็มักจะเงียบลงเองตามธรรมชาติ ทำให้คุณตามเก็บลูกเล่นสดเล็ก ๆ ของนักดนตรีได้ละเอียดขึ้น ไลน์อัปส่วนใหญ่เป็นแจ๊ส บลูส์ และวงอินดี้ท้องถิ่น ซึ่งโดยรวมรักษามาตรฐานฝีมือไว้ได้ดีพอสมควร ไปวันไหนก็มีโอกาสผิดหวังน้อย โดยเฉพาะคืนที่เป็นคิวของวงอินดี้ท้องถิ่น บรรยากาศจะร้อนแรงขึ้นมากจนเสียงร้องตามของคนดูแทบกลบทั้งร้าน ที่นั่งถูกจัดล้อมรอบเวทีอย่างค่อนข้างแน่น ถ้ามาเร็วและได้ที่หน้าเวที คุณจะเห็นแม้แต่จังหวะมือของนักดนตรีและอินกับโชว์ได้ลึกมากขึ้น แต่ถ้ามาช้าก็อาจต้องไปนั่งริมทางเดินหรือที่บาร์แทน ที่นั่งริมหน้าต่างหรือชั้นบนจะสบายกว่าเล็กน้อย แต่ก็เต็มเร็วเช่นกัน เก้าอี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบมาให้นั่งนานแบบสบายมากนัก และถ้าเป็นคืนที่คนแน่น การเดินไปมาภายในร้านก็จะลำบากขึ้นพอสมควร ราคาเครื่องดื่มและเมนูโดยรวมสูงกว่าบาร์ทั่วไปในเชียงใหม่เล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับการได้ดูโชว์คุณภาพในระยะใกล้แบบนี้ ก็ยังถือว่าพอรับได้ ค็อกเทลกับของกินไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลหลักที่ควรมาพื้นที่นี้มองว่าเป็นของประกอบเพื่อพยุงประสบการณ์ไลฟ์ทั้งคืนจะตรงกว่า แสงในร้านค่อนข้างมืดและอบอุ่น ช่วยดึงสมาธิกลับไปที่เวทีและเข้ากับบรรยากาศกลางคืนได้ดี อย่างไรก็ตาม บางที่นั่งอาจหนาวเกินไปเมื่อแอร์เป่าตรง ๆ และห้องน้ำก็อยู่ตรงมุมด้านนอกอาคารซึ่งค่อนข้างไม่สะดวก ถ้าคุณอยากหาร้านไว้คุยกันเงียบ ๆ ที่นี่อาจไม่ใช่คำตอบ แต่ถ้าอยากปิดท้ายคืนในเชียงใหม่ด้วยไลฟ์ดนตรีที่แน่นและมีพลัง ไลฟ์บาร์นี้เป็นร้านที่แนะนำได้ไม่ยากเลย

เสียง

5.0

การแสดง

4.5

ความแน่น

4.0

THE A TER
วงดนตรีสดหรูนิดๆมื้อค่ำเหมาะกับเดต

THE A TER

ช้างคลาน

17:30 - 00:00

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในไลฟ์บาร์นี้ความรู้สึกที่ได้ไม่ใช่แค่การเดินเข้าร้านอาหารธรรมดา แต่เหมือนก้าวเข้าไปอยู่ในฉากของค่ำคืนที่ถูกจัดวางมาอย่างตั้งใจ เสียงจากลำโพงแน่นเต็มห้องโดยไม่บาดหู และเมื่อไลฟ์เริ่มจริง ความรู้สึกดื่มด่ำก็ยิ่งชัดขึ้น ระยะห่างจากนักดนตรีที่ใกล้กว่าคาดทำให้สมาธิไหลกลับไปที่ตัวดนตรีเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ จุดที่น่าพอใจที่สุดคือบาลานซ์เสียงที่ทำได้ดี เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นไม่ทับกันจนพร่า และรายละเอียดต่าง ๆ ยังฟังได้ชัดเจน การจัดวางที่นั่งก็เอื้อต่อการดูโชว์พอสมควร ถ้าอยากได้โต๊ะกลางที่มองเวทีได้ดีที่สุด ก็ควรมาถึงเร็วหน่อย แต่ถึงจะได้นั่งมุมลึกเข้าไป แสงและบรรยากาศของทั้งห้องก็ยังช่วยพยุงความเป็นไลฟ์ไว้ได้ดี ระยะห่างระหว่างโต๊ะก็ค่อนข้างโปร่งกว่าหลายร้านที่เน้นดนตรีสด ต่อให้คนเริ่มแน่นก็ไม่ได้อึดอัดจนเกินไป สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัว จุดนี้ถือว่าเป็นข้อดีชัดเจน การทำทั้งอาหารจริงจังและไลฟ์ดนตรีให้ดีพร้อมกันเป็นเรื่องยากกว่าที่คิด หลายร้านมักปล่อยให้อีกฝั่งกลายเป็นของประกอบ แต่ไลฟ์บาร์นี้ดูพยายามรักษาสมดุลของทั้งสองด้านไว้ได้ดี ราคาอาหารและเครื่องดื่มโดยรวมค่อนข้างสูงอยู่บ้าง คนที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าเป็นอันดับแรกอาจลังเล แต่ถ้ารวมคุณภาพของโชว์และบรรยากาศทั้งร้านเข้าไปด้วย ก็ยังพอเข้าใจได้ไม่ยาก เครื่องดื่มและเมนูเบา ๆ ก็ทำหน้าที่สนับสนุนค่ำคืนนี้โดยไม่แย่งความเด่นจากดนตรี ขณะที่อินทีเรียร์ที่ดูเนี้ยบและแสงไฟที่จัดมาอย่างมีรสนิยมก็ช่วยทำให้ทั้งคืนรู้สึกพิเศษขึ้นอีกขั้น เมื่อบรรยากาศในห้องเริ่มร้อนขึ้น ความใกล้ชิดกับผู้ชมรอบข้างก็สร้างพลังสดแบบที่สัมผัสได้จริง แต่บางครั้งก็ยังมีเสียงรบกวนจากคนที่ไม่ค่อยมีมารยาทปะปนเข้ามาและทำลายช่วงเงียบดี ๆ ไปบ้าง ถึงอย่างนั้น ร้านนี้ก็ยังเป็นร้านที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าสำหรับคืนที่คุณอยากหนีจากความธรรมดาและใช้เวลากับการแสดงสดคุณภาพในบรรยากาศที่ประณีตกว่าปกติ หากไม่อยากจมอยู่กับความวุ่นวายของย่านคึกคัก แต่เลือกจะอยู่กับหางเสียงที่ลึกและเนี้ยบกว่าเดิมพื้นที่นี้เป็นหนึ่งในชื่อแรก ๆ ที่นึกถึงได้ไม่ยาก

เสียง

4.0

การแสดง

4.0

ความแน่น

4.0

Noir cmi
แจ๊สมีมู้ดเลานจ์เหมาะกับการฟัง

Noir cmi

ช้างคลาน

19:00 - 01:00

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในไลฟ์บาร์นี้ก็รู้ได้เลยว่าร้านนี้จริงจังกับ “เสียง” มากแค่ไหน มันไม่ได้ดึงดูดด้วยการตกแต่งที่หวือหวา แต่ใช้โทนมืดและนิ่งเพื่อพาความสนใจกลับไปที่ดนตรีเอง ความตึงเล็ก ๆ ที่ปนความคาดหวังนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนโชว์จะเริ่มด้วยซ้ำ ทั้งห้องเหมือนถูกจูนไว้เพื่อแจ๊สโดยเฉพาะ เครื่องดนตรีมีพื้นที่หายใจ รายละเอียดเล็ก ๆ ไม่ถูกกลบหายไปกับเสียงรอบข้าง และไม่ว่าคุณจะนั่งมุมไหน ลมหายใจของนักดนตรีหรือแรงสั่นเล็ก ๆ ของเครื่องดนตรีก็ยังส่งมาถึงได้ค่อนข้างชัด ไลน์อัปส่วนใหญ่เป็นนักดนตรีท้องถิ่นฝีมือดี และถึงแนวเพลงจะขยับไปบ้าง ระดับการดื่มด่ำก็ยังสูงอยู่เหมือนเดิม ระยะห่างระหว่างเวทีกับคนดูใกล้พอให้รับพลังของนักดนตรีได้ตรง ๆ แต่ก็ไม่ใกล้จนกดดัน ผู้ชมเองก็มีมารยาทค่อนข้างดีไลฟ์บาร์นี้จึงมักเต็มไปด้วยเสียงปรบมือจริงใจหลังเพลงจบ มากกว่าจะเป็นบทสนทนาเสียงดัง ถ้าคุณอยากมีค่ำคืนที่จมอยู่กับดนตรีจริง ๆ บรรยากาศแบบนี้มีคุณค่ามาก อย่างไรก็ตาม เรื่องที่นั่งและความสบายอาจต้องใช้ความอดทนอยู่บ้าง ที่นั่งที่มองเห็นเวทีชัดมีจำกัด และที่นั่งบาร์ก็มักทำให้ต้องบิดตัวเวลาจะดูโชว์ เนื่องจากร้านไม่ได้กว้างมาก ถ้ามาถึงพอดีเวลาแสดง โอกาสที่จะได้มุมนั่งที่มองเห็นไม่เต็มก็มีสูง ช่วงเวลาฮิต ๆ ระยะห่างระหว่างที่นั่งยังอาจรู้สึกแคบขึ้น จนต้องยอมแลกความสบายกับพลังของห้องที่แน่นขึ้นไปด้วย ราคาเครื่องดื่มก็นับว่าพรีเมียมชัดเจนเมื่อเทียบกับมาตรฐานเชียงใหม่ ซึ่งสุดท้ายก็คือการจ่ายให้กับคุณภาพของพื้นที่และฝีมือบนเวทีนั่นเอง ถ้าคุณให้ความสำคัญกับเนื้อเสียง ความลึก และรายละเอียดของการเล่น มากกว่าความหวือหวาแบบโชว์หรือบรรยากาศปาร์ตี้พื้นที่นี้เหมาะมาก จะมาคนเดียวพร้อมค็อกเทลสักแก้ว หรือมากับเพื่อนที่ตั้งใจฟังจริง ๆ ก็เข้ากันได้ดี เพียงแต่บางที่นั่งไม่มีพนักพิง และเก้าอี้ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สบายมากสำหรับการนั่งยาว ๆ ดังนั้นถ้าคุณคาดหวังความผ่อนคลายแบบโซฟาอาจรู้สึกขัดใจอยู่บ้าง ถึงอย่างนั้น ประสบการณ์เสียงแบบมีมิติที่ระบบนี้สร้างขึ้นก็ทรงพลังพอจะทำให้ความไม่สะดวกเล็ก ๆ เหล่านั้นจางหายไปได้ง่าย

เสียง

4.0

การแสดง

4.0

ความแน่น

3.5

OSTINATO BAR
แจ๊สอบอุ่นนั่งชิลที่บาร์เหมาะกับการพบปะ

OSTINATO BAR

นิมมานเหมินท์

17:00 - 00:00

ในซอยของนิมมานมีทั้งบาร์และคาเฟ่มากมายที่ต่างก็มีจังหวะของตัวเอง แต่ถ้าคุณอยากได้คืนที่ชวนเข้าสังคมมากหน่อย สุดท้ายก็มักจะเดินเข้าไลฟ์บาร์นี้อยู่ดี ไลฟ์บาร์นี้อยู่บริเวณขอบย่านนิมมาน และให้บรรยากาศต่างจากผับสไตล์คลับที่ทั้งหวือหวาและเสียงดังพอสมควร พื้นที่ค่อนข้างกะทัดรัดจนแทบไม่รู้สึกถึงเส้นแบ่งระหว่างเวทีกับคนดู แสงไฟก็ถูกลดลงในระดับพอดี ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนักดนตรีกับผู้ชมดูใกล้ชิดขึ้นมาก ถ้าคิดจะมา เวลาที่ควรจำไว้คือสามทุ่ม เพราะนั่นคือช่วงที่ไลฟ์เริ่มเข้าสู่จังหวะจริง ๆ ด้วยความที่ร้านไม่ได้ใหญ่ ถ้ามาถึงใกล้สามทุ่มเกินไปก็อาจหาที่นั่งสบาย ๆ หรือมุมที่เห็นเวทีชัดได้ยาก ถ้าอยากนั่งมองเวทีตรง ๆ และจมอยู่กับดนตรีเต็มที่ การมาให้เร็วขึ้นอีกนิดจะดีกว่า ราคาและคุณภาพของเครื่องดื่มถือว่าอยู่ในระดับสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับ live bar อื่น ๆ ในเชียงใหม่ จึงไม่ลำบากนักที่จะถือค็อกเทลสักแก้วแล้วรอการแสดงเริ่ม เสน่ห์ของเสียงร้านนี้ไม่ได้อยู่ที่ความอลังการแบบฮอลล์แสดงสดขนาดใหญ่ แต่เป็นพื้นผิวอบอุ่นของห้องเล็กที่ถูกเติมเต็มอย่างพอดี เพราะพื้นที่กระชับ เสียงเบสและลมหายใจในเสียงร้องจึงส่งมาถึงหูได้อย่างตรงไปตรงมา โดยแทบไม่มีความรู้สึกว่าถูกเร่งผ่านแอมป์จนเกินไป โชว์ส่วนใหญ่เอนเอียงไปทางแจ๊สนุ่ม ๆ หรือวงอะคูสติก และฝีมือของนักดนตรีก็ดีพอที่จะทำให้คุณตั้งใจฟังได้ตลอด หนึ่งในช่วงที่น่าประทับใจที่สุดคือ open mic ที่บางคืนจะมีต่อจากไลน์อัปหลัก ลูกค้าสามารถขึ้นไปร้องเพลงเองได้ และบรรยากาศที่คนดูและคนเล่นช่วยรับส่งกันแบบเป็นกันเองก็ทำให้ทั้งร้านดูอบอุ่นและผ่อนคลายมาก คนดูมีความหลากหลายจากหลายประเทศ แต่จะรู้สึกได้ว่านักท่องเที่ยวเกาหลีมีสัดส่วนค่อนข้างเยอะ พนักงานหลายคนสื่อสารภาษาเกาหลีง่าย ๆ ได้และต้อนรับอย่างเป็นมิตร จึงทำให้กำแพงทางใจของการเข้ามาครั้งแรกลดลงมาก แม้มาคนเดียวก็ยังปรับตัวเข้ากับร้านได้ไม่ยากโดยไม่ต้องเจอกับความเกร็งแบบที่บาร์แปลกหน้าบางแห่งมี อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณคาดหวังบาร์ท้องถิ่นที่ดิบและมีบรรยากาศเฉพาะตัวแบบคนพื้นที่ล้วน ความเป็นมิตรนี้อาจทำให้รู้สึกว่าคาร์แรกเตอร์คมน้อยลงนิดหน่อย แต่ถ้าชอบเห็นผู้คนจากหลายที่มาทำความรู้จักกันและกลายเป็นส่วนหนึ่งของคืนเดียวกัน พื้นที่นี้ก็แนะนำได้ไม่ยากเลย สรุปแล้ว พื้นที่นี้เป็นร้านที่ยิ่งเข้าท่าถ้าคุณไม่ได้แยกดนตรีออกจากเครื่องดื่มและบทสนทนา แต่มองทั้งหมดเป็นประสบการณ์เดียวกัน มันเหมาะกับคนที่อยากฟังท่วงทำนองจากบนเวที คุยเสียงดังกับเพื่อนใหม่ และค่อย ๆ ปิดท้ายวันไปกับบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา ถ้าคุณอยากได้คืนที่มีทั้งการแสดงสดชัดเจนและพลังตอบรับจากคนดูที่อบอุ่น ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ไว้ใจได้มากร้านหนึ่ง

เสียง

3.5

การแสดง

4.0

ความแน่น

3.5

The Mellowship Jazz Club
แจ๊สหรูนิดๆมื้อค่ำเหมาะกับการฟัง

The Mellowship Jazz Club

นิมมานเหมินท์

17:00 - 00:00

ตั้งแต่ก่อนการแสดงจะเริ่ม บรรยากาศของไลฟ์บาร์นี้ก็มีทั้งความตึงเล็ก ๆ และความผ่อนคลายอยู่พร้อมกัน ทันทีที่เดินเข้าไป สิ่งแรกที่สะดุดตาคือระยะห่างที่แน่นกระชับระหว่างเวทีกับที่นั่งคนดู แทนที่จะให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่แบบฮอลล์ขนาดใหญ่ไลฟ์บาร์นี้กลับเป็นพื้นที่ใกล้ชิดจนเหมือนจะได้ยินลมหายใจของนักดนตรี และนั่นก็ทำให้ความคาดหวังต่อเสียงยิ่งชัดขึ้น ระบบเสียงโดยรวมบาลานซ์ได้ดี ไม่มีชิ้นไหนพุ่งออกมาเกินไป แต่แรงสั่นต่ำของเบสก็ยังส่งผ่านพื้นขึ้นมาได้อย่างน่าประทับใจ การจัดสมดุลเสียงดูผ่านการปรับอย่างละเอียด จึงทำให้แม้นั่งด้านหลังก็ยังรับรายละเอียดของดนตรีได้ชัดโดยไม่ฟุ้งมัว ไลน์อัปโดยรวมมีคุณภาพค่อนข้างสูง และช่วงของแนวดนตรีก็กว้างพอสมควร ตั้งแต่แจ๊สแบบตรงสายไปจนถึงสไตล์ฟิวชัน นักดนตรีเล่นได้มั่นคงพอจนยากจะรู้สึกผิดหวังกับคุณภาพของโชว์ เมื่อเทียบกับ live bar หลายแห่งในเชียงใหม่ พื้นที่ของร้านนี้ก็ถือว่ากว้างพอสมควร โต๊ะแต่ละตัวเว้นระยะกันพอให้บทสนทนาจากโต๊ะข้าง ๆ ไม่รบกวนการฟังเพลงมากนัก ท่าทีของผู้ชมโดยรวมก็ออกไปทางตั้งใจฟังดนตรีจริง ๆ บางครั้งยังได้ยินเสียงคุยเบา ๆ อยู่บ้าง แต่พอการแสดงเริ่มขึ้น สายตาของคนในห้องก็จะรวมกลับไปที่เวทีอย่างรวดเร็ว แสงไฟไม่ได้หวือหวาเกินจำเป็น แต่ค่อย ๆ จับไปที่คนบนเวทีอย่างนุ่มนวล ทำให้บรรยากาศของค่ำคืนออกมาพอดีมาก ฉันสั่งคลาสสิกค็อกเทลมาหนึ่งแก้ว ราคาค่อนข้างสูง แต่คุณภาพก็ดีพอจะทำให้รู้สึกว่าคุ้มค่า อาหารก็ทำออกมาได้ดีพอสมควร และช่วยเสริมอารมณ์ของการดูไลฟ์ได้อย่างเหมาะเจาะ ถ้ามองรวมกับคุณภาพของการแสดงแล้ว ระดับราคายังถือว่ายอมรับได้ แต่ถ้าเน้นความคุ้มค่าเป็นหลักก็อาจมีคนมองต่างกันไปพื้นที่นี้เหมาะกับคนที่อยากปล่อยตัวไหลไปตามจังหวะของนักดนตรีและดื่มด่ำกับโชว์จริง ๆ มากกว่าคนที่อยากเร่งบรรยากาศให้คึกคักเสียงดัง ควรเผื่อใจไว้นิดหนึ่งด้วยว่าทางเดินไปห้องน้ำและพื้นที่ใช้งานอื่น ๆ ค่อนข้างแคบ ช่วงที่คนแน่นอาจรู้สึกไม่สะดวกได้ ถึงอย่างนั้น สำหรับคนที่เชื่อในพลังสดของเสียงดนตรีจริง ๆ พื้นที่นี้ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก หากคุณอยากใช้ค่ำคืนกับบรรยากาศที่เนี้ยบและไลฟ์แจ๊สคุณภาพสูงในระยะใกล้ ก็แทบไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องลังเลกับการผลักประตูเข้าไปเลย

เสียง

4.0

การแสดง

4.5

ความแน่น

4.0

Moment's Notice Jazz Club
โมเดิร์นแจ๊สมีสไตล์เลานจ์เต้นรำ

Moment's Notice Jazz Club

หายยา

18:00 - 01:00

สิ่งแรกที่รู้สึกได้เมื่อเดินเข้าไปในไลฟ์บาร์นี้คือไลฟ์บาร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อการแสดงสดอย่างแท้จริง มากกว่าจะพยายามเป็นอะไรอย่างอื่น มันไม่ได้มีสเกลใหญ่โตแบบฮอลล์คอนเสิร์ต แต่แสงไฟจะโฟกัสไปที่นักดนตรีบนเวทีอย่างชัดเจน จนทันทีที่นั่งลง ความสนใจของคุณก็จะค่อย ๆ ถูกดึงไปที่การเล่นตรงหน้าโดยอัตโนมัติ จุดเด่นที่สุดของร้านนี้ก็คือเรื่องเสียง เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นไม่ทับกันจนพร่า แต่แยกตัวออกมาอย่างชัดเจน ขณะที่บาลานซ์โดยรวมก็แน่นและคุมได้ดีโดยไม่บาดหู โดยเฉพาะตอนที่เสียงเบสต่ำ ๆ วิ่งผ่านพื้นขึ้นมา ความรู้สึกหน้างานนั้นต่างจากการฟังผ่านลำโพงที่บ้านอย่างชัดเจน ไลน์อัปของพื้นที่นี้ค่อนข้างกว้าง ตั้งแต่แจ๊สอะคูสติกแบบคลาสสิกไปจนถึงวงแจ๊สร่วมสมัยมากขึ้นอีกหน่อย และสิ่งที่น่าประทับใจพอ ๆ กับฝีมือของนักดนตรีก็คือท่าทีของคนดู พื้นที่นี้ไม่ค่อยใช่บาร์ที่คนเปิดเพลงไว้เป็นพื้นหลังแล้วคุยกันไปเรื่อย ๆ แต่เป็นบรรยากาศที่ผู้คนตั้งใจฟังรายละเอียดของการแสดงจริง ๆ ในบางคืน ความตั้งใจฟังนั้นก็จะค่อย ๆ กลายเป็นพลังของห้อง จนมีคนลุกขึ้นขยับตัวหรือเต้นตามไปด้วย พื้นที่ภายในก็จัดไว้ค่อนข้างสบายสำหรับการดูโชว์ และโต๊ะที่มองเห็นเวทีได้ดีก็มีอยู่พอสมควร มุมมองจากหลายที่นั่งถือว่าใช้ได้ แต่ก็เหมือน live bar ยอดนิยมอื่น ๆ ตรงที่ถ้าอยากได้โต๊ะหน้าที่ดีที่สุด ควรจองล่วงหน้าหรือมาถึงเร็วหน่อย เก้าอี้ไม่ได้หรูหราเป็นพิเศษ แต่ก็นั่งดูโชว์เต็มเซ็ตได้โดยไม่รู้สึกรบกวนสมาธิมากนัก เมื่อคิดรวมทั้งค่าเข้าและราคาเครื่องดื่มแล้ว ความคุ้มค่าโดยรวมยังอยู่ในระดับที่รับได้ ค็อกเทลและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่าง ๆ ทำออกมาเรียบร้อยพอที่จะช่วยเสริมประสบการณ์ฟังเพลง โดยไม่ดึงความสนใจออกจากเวทีมากเกินไป มากกว่าจะเป็นร้านที่ไปเพื่ออาหารจริงจัง พื้นที่นี้เหมาะกับการสั่งเครื่องดื่มดี ๆ สักแก้ว แบ่งพิซซ่ากันกิน แล้วปล่อยให้ค่ำคืนนี้ไหลไปตามจังหวะของโชว์ หากคุณอยากแบ่งปันพลังของการแสดงสดที่เข้มข้นกับใครสักคน ที่นี่เป็นตัวเลือกที่นึกถึงได้อย่างสบายใจ

เสียง

4.5

การแสดง

4.5

ความแน่น

4.0

TongBar
อินดี้คึกคักแจมเซสชันเหมาะกับการพบปะ

TongBar

เมืองเก่า

18:00 - 00:00

ถ้าเดินตามเสียงดนตรีที่ไหลออกมาสู่ถนนในย่านเมืองเก่าไปเรื่อย ๆ สุดท้ายคุณจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูของไลฟ์บาร์นี้โดยไม่รู้ตัว ตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวเข้าไป สิ่งที่ลอยออกมาข้างนอกก็คือพลังดิบ ๆ แบบไม่ผ่านการขัดเกลาของวงดนตรีสด ไลฟ์บาร์นี้มักมีนักดนตรีท้องถิ่นซึ่งเล่นข้ามไปมาระหว่างร็อก พังก์ และแจ๊สขึ้นเวที และทั้งฝีมือการเล่นกับคุณภาพของการแสดงก็ดีกว่าที่คาดไว้มากจนดึงสายตาได้ทันที ระบบเสียงไม่ได้ให้ความรู้สึกเนียนหรือแยกชิ้นดนตรีอย่างประณีตแบบฮอลล์ใหญ่ แต่กลับเป็นเสียงที่มีแรงปะทะและถูกจูนมาเพื่อความร้อนของหน้างานโดยตรง จังหวะกลองและแรงสั่นของเบสกระแทกเข้ามาถึงอก มันอาจฟังดูหยาบอยู่บ้าง แต่ความหยาบนั้นกลับเข้ากันได้อย่างพอดีกับบรรยากาศที่เคลื่อนไหวตลอดเวลาของร้านนี้ ถ้าต้องการจมอยู่กับการแสดงแบบเต็มที่ พื้นที่นี้แทบไม่มีอะไรให้ติ แต่ก็ต้องยอมปล่อยความคิดเรื่องการนั่งสบาย ๆ ไปก่อน ด้านในค่อนข้างแคบ พื้นที่หน้าวงก็มีจำกัด ถ้ามาไม่เร็วพอ ไม่ใช่แค่พลาดมุมที่เห็นเวทีชัด แต่แค่หาที่ให้นั่งจริง ๆ ก็ยังยาก พอดึกขึ้นความหนาแน่นของคนจะเพิ่มเร็วมาก จนคนที่มาช้ามักต้องยืนฟังอยู่ตรงทางเดินหรือมุมบาร์แทน ถึงอย่างนั้น ความแน่นแบบไหล่ชนไหล่นี่เองก็เป็นเสน่ห์สำคัญของพื้นที่นี้ เสียงตอบรับจากคนดูมาเร็วและเสียงเชียร์ก็ดังมาก ต่อให้มายืนคนเดียว ถือแก้วอยู่ในมือแล้วขยับตามจังหวะ คุณก็เผลอถูกดูดเข้าไปอยู่ในความร้อนชื้นเหนียวแน่นของห้องได้ไม่ยาก ราคาเครื่องดื่มถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ แต่พอพลังของดนตรีสดตรงหน้ามันระเบิดขึ้นมาแล้ว ก็มักยากที่จะไม่สั่งเพิ่มอีกแก้ว สุดท้ายฉันเองก็เผลอจ่ายไปประมาณ 500 บาทโดยไม่ตั้งใจ ถ้าคุณอยากเอนตัวบนเก้าอี้นุ่ม ๆ คุยกับเพื่อนร่วมโต๊ะแบบสบาย ๆ แล้วปล่อยให้ดนตรีเป็นแค่ฉากหลัง เสียงที่ถาโถมกับความแน่นของคนพื้นที่นี้อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยพอสมควร แต่ถ้าคุณต้องการคืนหนึ่งที่พร้อมปล่อยทุกอย่างลง แล้วมอบตัวเองให้กับเสียงไลฟ์สดที่มีชีวิตใต้แสงไฟแรง ๆ ห้องแคบและร้อนแห่งนี้อาจเป็นคำตอบที่ชัดที่สุดก็ได้

เสียง

3.5

การแสดง

4.0

ความแน่น

4.5