Cafe Hoppers

One Workspace

สันติธรรม

09:00 - 20:00

เหมาะกับการโฟกัสมินิมอลคาเฟ่เหมาะกับโนแมด
One Workspace 1
One Workspace 2
One Workspace 3
One Workspace 4
One Workspace 5

เพื่อหลบอากาศร้อนของเชียงใหม่กลางวัน ฉันเดินเข้าไปยังโคเวิร์กกิงสเปซนี้ที่ซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในซอยแถวย่านสันติธรรม พอเห็นต้นไม้เขียวชอุ่มล้อมทางเข้าและอินทีเรียร์แบบมินิมอล ความวุ่นวายในหัวก็เหมือนถูกจัดระเบียบให้สงบลงทันที ถ้าไม่ได้มองหาความรู้สึกตื่นเต้นแบบนักท่องเที่ยว แต่ต้องการจมอยู่กับหน้าจอตรงหน้าจริง ๆ ความนิ่งที่โคเวิร์กกิงสเปซนี้ให้มาถือว่าน่าอุ่นใจมาก ถึงจะเป็นทำเลที่ถ้าไม่มีมอเตอร์ไซค์ก็อาจมาได้ไม่ค่อยสะดวก แต่ก็มีเหตุผลชัดเจนว่าทำไมถึงมีคนมารวมตัวกันตั้งแต่ช่วงเช้าวันธรรมดา สิ่งที่ทำให้โคเวิร์กกิงสเปซนี้โดดเด่นที่สุดคือเงื่อนไขทางกายภาพสำหรับการทำงานที่ดีแบบไม่ประนีประนอม เก้าอี้ตามหลักสรีรศาสตร์ที่นั่งนาน ๆ แล้วไม่ค่อยเมื่อยหลัง กับโต๊ะกว้างระดับความสูงกำลังดี ช่วยลดความกังวลเรื่องความล้าของร่างกายได้มาก ปลั๊กไฟถูกวางไว้ค่อนข้างทั่วถึงตามจุดนั่ง ทำให้การชาร์จโน้ตบุ๊กกับโทรศัพท์ไปพร้อมกันโดยไม่สะดุดจังหวะทำงานเป็นเรื่องสบาย พื้นที่ถูกแบ่งกว้าง ๆ ออกเป็นโซนที่คุยกันได้กับโซนงานหลักที่ต้องเงียบจริงจัง และในโซนหลักนี่บรรยากาศเงียบแบบชวนโฟกัสจนแทบจะเหมือนห้องสมุด เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดเบา ๆ ดังมาเป็นครั้งคราวเท่านั้น จึงเหมาะมากกับวันที่ต้องปิดงานชิ้นหนักหรือต้องคิดลึก ๆ อินเทอร์เน็ตที่น่ากังวลที่สุดก็ไม่มีอะไรให้ติ ตามเดย์พาสหรือแพ็กเกจต่าง ๆ เขาแบ่งแบนด์วิดท์ต่อผู้ใช้ไว้ราว 50Mbps ถึง 100Mbps และนโยบายนี้กลับช่วยไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งกินทราฟฟิกทั้งหมดไป ทำให้การอัปโหลดไฟล์ใหญ่หรือประชุมวิดีโอคอลเป็นไปอย่างนิ่งและไม่หน่วง เดย์พาสอยู่ที่ประมาณ 249 บาท ซึ่งถ้าเทียบกับคาเฟ่ท้องถิ่นราคาถูก ๆ ก็ถือว่ามีค่าใช้จ่ายอยู่พอสมควร แต่เมื่อคิดถึง Wi-Fi ที่เสถียรและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับงานแล้ว ความคุ้มค่าถือว่าน่าพอใจมาก อีกทั้งสมาชิกยังเข้าออกได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นข้อได้เปรียบใหญ่สำหรับคนที่ต้องทำงานกับลูกค้าต่างประเทศข้ามโซนเวลา หรือจำเป็นต้องนั่งทำงานดึก ๆ แน่นอนว่าระหว่างการอยู่พื้นที่ทำงานนี้ก็มีจุดที่รู้สึกติดขัดอยู่บ้าง ช่วงกลางวันของวันธรรมดาคนต้องการใช้พื้นที่เยอะมาก ทำให้ถ้าอยากได้นั่งแบบที่ชอบ หรือมุมสงบ ๆ เป็นพิเศษ จะรู้สึกเหมือนต้องรีบมาแต่เช้า นอกจากนี้เพราะโซนหลักถูกคุมความเงียบไว้มาก คนที่ต้องโทรบ่อยอาจรู้สึกเหนื่อยกับการเดินไปมาระหว่างห้องโทรศัพท์กับโซนที่คุยได้อยู่เรื่อย ๆ ภายในมีน้ำดื่มฟรีกับกาแฟสำเร็จรูปแบบง่าย ๆ ให้ แต่ถ้าอยากเติมคาเฟอีนแบบจริงจัง ก็ต้องแยกไปใช้คาเฟ่ชั้นล่างเอง โชคดีที่กาแฟสเปเชียลตี้กับของหวานของที่นั่นคุณภาพดีมาก เลยกลายเป็นช่วงพักเติมน้ำตาลระหว่างงานที่ค่อนข้างเพลินเลยทีเดียว สรุปแล้ว พื้นที่ทำงานนี้เหมาะที่สุดกับคนที่ต้องการป้อมเงียบ ๆ สำหรับโฟกัสที่หน้าจอตัวเอง มากกว่าจะเป็นพื้นที่เน็ตเวิร์กกิ้งที่ฉูดฉาดหรือเสียงดัง ถ้าคุณอยากได้ประสบการณ์ที่เห็นคนอื่นตั้งใจทำงานลึก ๆ แล้วความตั้งใจนั้นส่งต่อมาเป็นแรงกดดันเชิงบวกกับตัวเอง ที่นี่จะเป็นหนึ่งในพาร์ตเนอร์ด้านงานที่มั่นใจได้ที่สุดในเชียงใหม่