Cafe Hoppers

Cafe de Oasis

ช้างเผือก

08:00 - 21:00

กาแฟ, เรียบง่ายอบอุ่น, มาคนเดียวก็สบาย, สวน
Cafe de Oasis photo
Cafe de Oasis photo
Cafe de Oasis photo

ถ้าขับผ่านถนนเงียบ ๆ ในย่านช้างเผือกของเชียงใหม่ พื้นที่ที่ตกแต่งเหมือนป่าฝนเขตร้อนขนาดใหญ่แห่งนี้จะโผล่ขึ้นมาอย่างค่อนข้างน่าประหลาดใจ ตั้งแต่ทางเข้า ต้นไม้และพืชพรรณหนาทึบช่วยบังแดดไว้ ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่โอเอซิสกลางเมืองจริง ๆ วิวสดชื่นของสวนด้านนอกและภูมิทัศน์ที่ดูแลอย่างดีช่วยคลายความล้าทางสายตาตั้งแต่ก่อนจะหยิบโน้ตบุ๊กออกมา แต่ในฐานะคนที่มองหาที่ทำงาน ฉันตัดสินจากความสวยอย่างเดียวไม่ได้ ที่นี่จึงเป็นที่ที่ฉันมักจะมองหาที่นั่งและตำแหน่งปลั๊กไฟให้ละเอียดก่อนจะปล่อยตัวไปกับบรรยากาศ ที่นั่งแบ่งเป็นโซนในร่มและกลางแจ้ง แต่แต่ละแบบก็มีข้อจำกัดชัดเจน ถ้าต้องการหลบอากาศร้อนช่วงกลางวันของเชียงใหม่ โซนในร่มที่มีแอร์ย่อมได้เปรียบกว่า แต่ด้านในส่วนใหญ่เป็นโซฟานุ่ม ๆ และเก้าอี้เลานจ์ตัวหนัก ๆ ซึ่งเหมาะกับการอ่านหนังสือหรือคุยกันมากกว่า สำหรับคนที่ต้องพิมพ์งานนาน ๆ โต๊ะจะค่อนข้างเตี้ยและท่านั่งจะก้มลงง่าย ทำให้นั่งยาวไม่สบาย ส่วนด้านนอกมีโต๊ะสูงปกติที่วางโน้ตบุ๊กได้ดีกว่า แต่ก็ต้องยอมรับอากาศร้อนชื้นและแมลงที่อาจบินผ่านมาเป็นครั้งคราว ถ้าจะทำงานจริงจัง ปัญหาใหญ่ที่สุดคือเรื่องปลั๊กไฟ พื้นที่นี้ให้ความสำคัญกับการตกแต่งแบบธรรมชาติและสวนมากกว่า จึงแทบไม่เห็นปลั๊กไฟที่คนทำงานเอื้อมถึงได้ง่าย Wi‑Fi เองถือว่าใช้ส่งอีเมลหรือทำเอกสารได้สบาย และไม่ได้รู้สึกว่าหลุดบ่อย แต่การนั่งทำงานไปพร้อมกับมองแบตเตอรี่ลดลงเรื่อย ๆ ก็เป็นภาระไม่น้อย ที่นี่จึงเหมาะกับวันที่ชาร์จแบตมาเต็มและตั้งใจโฟกัสแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมง มากกว่าวันที่ต้องเปิดโปรแกรมหนัก ๆ หรือมองหน้าจอต่อเนื่องหลายชั่วโมง เพราะการหาปลั๊กยังไม่แน่นอน การแบ่งงานให้เล็กลงก่อนมาจึงเป็นวิธีที่สมจริงกว่า ระดับเสียงและบรรยากาศเปลี่ยนไปมากตามช่วงมื้ออาหาร ที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ แต่มีลักษณะของร้านบรันช์ที่คนมาเพื่อพิซซ่าเตาฟืนและอาหารไทยด้วย ช่วงก่อนและหลังมื้อกลางวันจะมีทั้งครอบครัวและกลุ่มลูกค้าเข้ามาจนบางครั้งหาที่นั่งว่างได้ยาก เสียงจานชามและเสียงพูดคุยทำให้พื้นที่คึกคักพอสมควร ถ้าต้องการเพลงเบา ๆ และบรรยากาศนิ่ง ๆ เพื่อดึงสมาธิ การมาหลังร้านเปิดไม่นานหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ หลังพีกมื้ออาหารจะดีกว่ามาก ถ้าเลือกเวลาผิด ความรู้สึกจะไม่เหมือนทำงานในคาเฟ่ แต่เหมือนเปิดโน้ตบุ๊กอยู่กลางร้านอาหารที่กำลังยุ่ง ที่นี่โดดเด่นที่สุดเมื่อใช้เป็นที่พักผ่อนพร้อมงานเบา ๆ มากกว่าจะใช้แทนออฟฟิศ ถ้าแค่รีบเคลียร์อีเมลที่ค้างไว้หรือร่างไอเดียสั้น ๆ วิวสีเขียวรอบตัวช่วยเปลี่ยนอารมณ์ได้ดี ฉันไม่แนะนำสำหรับคนที่ต้องพึ่งปลั๊กไฟหรืออยากได้ความเงียบสนิท แต่ถ้าอยากกินอาหารอร่อย ๆ แล้วเปิดโน้ตบุ๊กสั้น ๆ ท่ามกลางจังหวะสบาย ๆ แบบเชียงใหม่ ที่นี่ก็เป็นตัวเลือกที่น่าพอใจมาก ความพึงพอใจจะเพิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดเมื่อไม่ได้วางงานไว้เป็นศูนย์กลาง แต่ปล่อยให้งานสั้น ๆ อาหาร และสวนไหลอยู่ในจังหวะเดียวกัน